เลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้า ปลอดภัยไหม? องค์กรเริ่มต้นอย่างไร

เลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าปลอดภัยได้ หากวางรังให้ห่างจากทางเดินและช่องลม กำหนดทิศทางบินของผึ้งให้ชัดเจน ติดป้ายเตือน และมีผู้เชี่ยวชาญดูแลสม่ำเสมอ Black Queen โดย บริษัท จันทร์อรุณ จำกัด ให้บริการ Rooftop & Urban Beekeeping พร้อมทีมดูแลรังและรายงานสุขภาพรังต่อเนื่อง

  • กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้ตรวจเยี่ยมรังผึ้งอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง
  • ทีม Black Queen เข้าดูแลรังบนดาดฟ้า เดือนละ 2 ครั้ง พร้อมรายงานสุขภาพรังภาษาอังกฤษ
  • น้ำผึ้งที่เก็บได้นำไปเสิร์ฟหรือทำของขวัญในชื่อองค์กร และใช้ประกอบรายงาน ESG ได้

เลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้า ปลอดภัยไหม

เลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าปลอดภัยได้ หากวางรังให้ห่างจากทางเดินและช่องลม กำหนดทิศทางบินของผึ้งให้ชัดเจน ติดป้ายเตือน และมีผู้เชี่ยวชาญดูแลสม่ำเสมอ ความเสี่ยงหลักคือการวางรังผิดจุดและปล่อยให้คนทั่วไปเข้าใกล้ ซึ่งควบคุมได้ด้วยการออกแบบตำแหน่งและการดูแลที่ถูกต้อง

Urban Beekeeping คือการเลี้ยงผึ้งในพื้นที่เมือง เช่น ดาดฟ้าอาคารหรือสวนบนตึก เพื่อผลิตน้ำผึ้งและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ผึ้งที่เลี้ยงเพื่อเก็บน้ำผึ้งเป็นผึ้งพันธุ์ที่ไม่ดุ จะต่อยเมื่อรู้สึกถูกคุกคาม ยิ่งดาดฟ้าอยู่สูง ทิศทางบินจะพุ่งออกนอกตัวอาคาร ไม่ตัดกับเส้นทางคนเดิน

Black Queen โดย บริษัท จันทร์อรุณ จำกัด ให้บริการ Rooftop & Urban Beekeeping โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าดูแลรังประจำ พร้อมจัดทำรายงานสุขภาพรังให้องค์กรติดตามความปลอดภัยได้ต่อเนื่อง ดูรายละเอียดบริการเลี้ยงผึ้งในเมืองเพิ่มเติมได้

Black Queen เริ่มโครงการ Urban Beekeeping บนดาดฟ้าโรงแรมระดับ 5 ดาวใจกลางกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2024 ทีมเลี้ยงผึ้งดูแลรังอย่างใกล้ชิดและส่งรายงานสุขภาพรังให้โรงแรมเป็นภาษาอังกฤษ (เรื่องราวของ Black Queen)

มาตรการความปลอดภัยที่ต้องมีเมื่อวางรังผึ้งบนดาดฟ้า

มือสวมถุงมือกำลังจัดวางรังผึ้งไม้บนดาดฟ้า มีแผงกั้นเบนทิศทางบินของผึ้งห่างจากทางเดิน

มาตรการความปลอดภัยที่ต้องมีเมื่อวางรังผึ้งบนดาดฟ้า ได้แก่ การเว้นระยะรังจากทางเดินและช่องลม การกำหนดทิศทางบินของผึ้งไม่ให้ตัดเส้นทางคนเดิน การติดป้ายเตือน การแจ้งพนักงานที่มีประวัติแพ้ผึ้งล่วงหน้า และการให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลรังโดยตรงแทนพนักงานทั่วไป

ระยะห่างจากทางเดินและช่องลม

รังผึ้งควรวางห่างจากทางเดินหลัก ประตูทางเข้า และช่องลมของระบบปรับอากาศ เพื่อไม่ให้ผึ้งหลงเข้าพื้นที่ใช้งานของคน การเว้นระยะยังช่วยให้ทีมดูแลเข้าทำงานได้สะดวกโดยไม่รบกวนผู้ใช้อาคาร

ทิศทางบินของผึ้ง

การจัดวางปากรังให้ผึ้งบินออกไปทางขอบอาคารหรือพื้นที่โล่ง ช่วยให้เส้นทางบินไม่ตัดกับเส้นทางคนเดิน เป็นหลักการพื้นฐานที่ลดการเผชิญหน้าระหว่างคนกับผึ้งได้มากที่สุด

ป้ายเตือนและการสื่อสารกับพนักงานและแขก

ติดป้ายเตือนบริเวณใกล้รังเพื่อกันคนไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ และสื่อสารกับพนักงานล่วงหน้าว่ามีโครงการเลี้ยงผึ้งในพื้นที่ใด ใครที่มีประวัติแพ้ผึ้งควรได้รับการแจ้งเตือนเป็นพิเศษ

ความถี่การตรวจเยี่ยมรังผึ้งที่หน่วยงานรัฐแนะนำ

มือยกคอนรังผึ้งไม้ที่มีผึ้งเกาะอยู่เต็มเพื่อตรวจเยี่ยมรังบนดาดฟ้า

ความถี่การตรวจเยี่ยมรังผึ้งที่หน่วยงานรัฐแนะนำ คือกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้ผู้เลี้ยงผึ้งเข้าตรวจเยี่ยมรังอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามสุขภาพรังและป้องกันปัญหาที่อาจกระทบความปลอดภัย (ที่มา: กรมส่งเสริมการเกษตร)

การตรวจเยี่ยมสม่ำเสมอช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสังเกตสัญญาณผิดปกติได้ทัน เช่น รังแตกตัว โรคของผึ้ง หรือการสร้างรังนางพญาใหม่ที่อาจทำให้ผึ้งรวมฝูงออกจากรัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความเสี่ยงต่อคน

แนวทางของ Black Queen โดย บริษัท จันทร์อรุณ จำกัด ให้ทีมเข้าดูแลรังบนดาดฟ้า เดือนละ 2 ครั้ง ถี่กว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของรัฐ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความแข็งแรงของรังในสภาพแวดล้อมเมือง

ขั้นตอนเริ่มโครงการเลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าสำหรับองค์กร

ขั้นตอนเริ่มโครงการเลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าสำหรับองค์กร เริ่มจากการสำรวจพื้นที่และติดตั้งรัง ให้ทีม Black Queen เข้าดูแลเดือนละ 2 ครั้งพร้อมรายงานสุขภาพรังภาษาอังกฤษ จากนั้นนำน้ำผึ้งที่เก็บได้ไปใช้ และใช้ข้อมูลทั้งหมดประกอบรายงาน ESG

  1. สำรวจพื้นที่และติดตั้งรัง — ทีมประเมินดาดฟ้าหรือสวนบนตึก เลือกตำแหน่งที่ปลอดภัยและเหมาะกับทิศทางบินของผึ้ง แล้วติดตั้งรังตามจำนวนที่เหมาะกับพื้นที่
  2. ดูแลรังและจัดทำรายงานสุขภาพรัง — ทีมเลี้ยงผึ้งเข้าดูแลรังเดือนละ 2 ครั้ง ตรวจสุขภาพผึ้งและจัดทำรายงานสุขภาพรังภาษาอังกฤษให้องค์กร รายงานสุขภาพรังคือเอกสารสรุปสภาพรังหลังเข้าตรวจเยี่ยม ใช้ติดตามความแข็งแรงของรังและประกอบรายงาน ESG
  3. ใช้ผลผลิตและข้อมูลประกอบ ESG — นำน้ำผึ้งที่เก็บได้ไปเสิร์ฟหรือทำของขวัญในชื่อองค์กร โดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อองค์กรในสื่อสาธารณะ ESG คือกรอบการประเมินองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่ใช้รายงานสุขภาพรังเป็นหลักฐานด้านสิ่งแวดล้อมได้

องค์กรที่สนใจเริ่มต้นสามารถดูโครงการเลี้ยงผึ้งดาดฟ้าสำหรับองค์กร หรือติดต่อทีมขาย Black Queenเพื่อขอประเมินพื้นที่ได้

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ามีพนักงานหรือแขกแพ้ผึ้ง จะเลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าได้ไหม

องค์กรที่มีพนักงานหรือแขกแพ้ผึ้งยังเลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าได้ โดยต้องสำรวจและแจ้งผู้ที่มีประวัติแพ้ผึ้งล่วงหน้า วางรังให้ห่างจากพื้นที่ที่คนสัญจรบ่อย และให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลรังโดยตรง การแยกตำแหน่งรังออกจากพื้นที่ใช้งานหลักช่วยลดโอกาสเผชิญหน้าระหว่างคนกับผึ้งได้มาก

ใครเป็นผู้ดูแลรังผึ้งบนดาดฟ้า พนักงานโรงแรมต้องดูแลเองหรือไม่

ทีมเลี้ยงผึ้งของ Black Queen โดย บริษัท จันทร์อรุณ จำกัด เป็นผู้เข้าดูแลรังโดยตรงเดือนละ 2 ครั้ง พนักงานขององค์กรไม่จำเป็นต้องดูแลรังเอง ช่วยให้โรงแรมและอาคารพาณิชย์มีโครงการเลี้ยงผึ้งได้โดยไม่ต้องเพิ่มภาระให้ทีมงานภายใน

น้ำผึ้งที่เก็บได้จากดาดฟ้าองค์กรนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

น้ำผึ้งที่เก็บได้จากดาดฟ้าองค์กรนำไปเสิร์ฟในร้านอาหารหรือทำเป็นของขวัญในชื่อองค์กรได้ ตามรูปแบบที่ตกลงกับทีม Black Queen เป็นน้ำผึ้งดิบจากดาดฟ้าของอาคารนั้นเอง จึงใช้เป็นเรื่องราวด้านความยั่งยืนขององค์กรได้

โครงการเลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าใช้ประกอบรายงาน ESG ได้จริงหรือไม่

โครงการเลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าใช้ประกอบรายงาน ESG ได้จริง เพราะทีม Black Queen จัดทำรายงานสุขภาพรังเป็นภาษาอังกฤษให้องค์กรนำไปใช้เป็นหลักฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ สอดคล้องกับกรอบการประเมินองค์กรด้าน ESG

สนใจเริ่มโครงการเลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าต้องติดต่อใคร

องค์กรที่สนใจเริ่มโครงการเลี้ยงผึ้งบนดาดฟ้าสามารถติดต่อทีมขาย Black Queen ผ่านหน้า janaroonfarm.com/contact เพื่อสอบถามรายละเอียด ขอประเมินพื้นที่ และวางแผนขั้นตอนเริ่มโครงการ Rooftop & Urban Beekeeping

หมายเหตุ: ผู้ที่มีประวัติแพ้พิษผึ้งรุนแรงควรปรึกษาแพทย์ และการติดตั้งรังบนอาคารควรตรวจสอบข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาคารกับผู้ดูแลอาคารก่อนดำเนินการ

ติดตามเรา

FacebookInstagram